วันเสาร์
23 ตุลาคม 2553

 

มีแผนเข้าไปช้อปในดุสเซลดอร์ฟ  เป็นการลุยเดี่ยวครั้งแรก 

แต่ก่อนไปก็ไปรับจ๊อบแจกใบปลิวกับพี่ตรี  มันไม่เชิงเป็นใบปลิวอ่ะ

จะเป็นเหมือนนามบัตรร้านนวด  แต่ขนาดจะเท่าโปสการ์ด  ก็เอาไปหย่อนตามตู้รับจดหมาย

อากาศหนาวนะ  พี่ตรีเห็นใส่กระโปรงก็ถามว่าไม่หนาวเหรอ

คือขาอ่ะไม่หนาว  แต่มืองี้ชาค่ะ  ล้วงหยิบบัตรในกระเป๋ายังต้องก้มมอง

เพราะมือหยิบโดนแต่ไม่มีความรู้สึก   เดินซอกแซกไปเรื่อยๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง

แอบเมื่อยนะเออ  แต่เอาวะ  อย่างน้อยก็ได้ตังค์ค่ารถไฟ T^T (ไป-กลับ 9 ยูโรแน่ะ)

แจกเสร็จ(จริงๆก็เหลืออีกนิดนึง)  แต่มันผ่านสถานีรถไฟแล้ว

พี่ตรีก็เลยให้ขึ้นรถเลย เพราะมัน 11 โมงกว่าแล้ว

 

วันนี้นั่ง U-Bahn ค่ะ  เมื่อก่อนคิดว่า รถไฟใต้ดินมันต้องอยู่ใต้ดินเท่านั้น  แต่ก็ไม่เสมอไป

เหมือนมันจะอย่ใต้ดินเฉพาะช่วงที่เข้าใจกลางเมือง  พออกนอกเมืองก็รถไฟดีๆนี่เอง

U-Bahnhof Königsallee  สะอาดอ่ะ  รู้สึกหายใจได้เต็มปอด  ไม่เหมือนที่ Bonn

 

H&M ตามมาถึงใต้ดิน ฮ่าๆ

 

ขอบอกว่าโผล่ขึ้นไปแล้วโดนวนอยู่พักนึง  คือมึนเพราะหาถนนเส้นที่จะไปไม่เจอ

แต่รู้ว่ามันอยู่แถวนั้นแหละ  ดูแผนที่ก็งงๆ  เดินย้อนไป ย้อนมา  แต่ก็ดีหลงแล้วจะได้จำ

เดินผ่านย่านแบรนด์เนมหรูๆ  แอบเดินเข้าไปสัมผัส LC คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ

ไอ้ที่มีแมงปอเกาะๆอยู่นั่นอ่ะ  มองไกลๆก็สวยดี  แต่จับดูแล้ว . . . ธ.ออมสินชัดๆ

ขอเอาตังค์ไปซื้อกระเป๋าโนเนม แต่ใช้หนังดีๆมาเย็บดีกว่า

 

พุ่งตรงไปฟู้ดคอร์ทใน Schadow Acaden(ชื่อห้าง) ก่อนเลย เพราะยังไม่กินไรตั้งแต่เช้า

เลือกของกินที่ถูกที่สุด 555+  ถูกแล้วก็ประมาณ 100 บาท T-T

น้ำที่ขายในฟู้ดคอร์ท เราไม่ซื้อค่ะ  ขวดจึ๋งเดียวเกือบ 3 ยูโร

กินเสร็จวิ่งขึ้นไปซื้อน้ำในมินิมาร์ทด้านบน แค่ 45 cent เอง โฮะๆ

 

กินเสร็จก็เริ่มภาระกิจ . . . ผ่านไป 4 ชั่วโมง (ลมแทบจับ)

ฝนตกอีกเอ๊า  และด้วยความอวดเก่งก็ไม่ยอมเดินกลับไปขึ้นรถไฟทางเดิม

อยากเดินอ้อม  ยิ่งเดินยิ่งไกล  ฝนก็ปรอยๆ  แต่ดีที่ได้แอบๆกับกันสาดร้านค้า

เจอสถานีรถไฟแล้วแทบยกมือไหว Y-Y  แต่เป็นสถานีที่ถัดจากที่โผล่มาตอนแรกนะคะ

 

พอจะไปกดตั๋วก็เหรียญไม่พออีก -*-  ดีนะที่เจอเจ๊ญี่ปุ่นคนนึง เหรียญเต็มกระเป๋าเลย ฮ่าๆ

U-Bahnhof Oststraße

 

 

มาทันแบบว่า อีกอึดใจเดียวรถมาละ  คือปกติมันจะขึ้นเคาดาวน์ว่าอีกกี่นาที แต่อันนี้ไม่ขึ้นแล้ว กำลังมาแล้ว

 

ถ่ายจากรถไฟ

 

ลงรถไฟแล้วก็ต่อรถเมล์

 

ด้วยความที่กลัวว่าขากลับจะหนาวและเห็นฝนตกด้วย  เลยเปลี่ยนเป็นใส่กางเกงที่ซื้อมา

ซึ่งขัดกับรองเท้าอย่างแรง   แต่นาทีไม่ห่วงสวยแล้วค่ะ  ฝนกตกแหมะๆนี่สวยไม่ออก

 

กลับมาเจอโฮสต์ทำของกินไว้ก็ฟาดซะหนึ่งชาม ประดุจดังปอปลง

 

กินเสร็จนอนแหมะบนเตียงเลยค่ะ  วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง เหนื่อยมากกกก  ทำไปได้

 

มื้อดึกแก้มึน  ต้มยำผ้าขี้ริ้ว + หูหมู (ที่วันก่อนทำยำแล้วไม่หร่อย  เลยแช่แข็งไว้)

 

สภาพห้อง  ต้องเซ็นเซอร์ เพราะเพิ่งเก็บ กกน มากองไว้ด้วย :P

เหนื่อยแต่ก็มีความสุข  เพราะได้ของฝากพ่อ ฝากแม่ ฝากพี่ ฝากแฟน  อิอิ

 

หมดสภาพ  แต่ตายยังแอบเด้ง  ไม่เด้งได้ไงมาสคาร่าตัวนี้หนักหนังตามาก

งงอยู่ตั้งนานว่าทำไมวันนี้ตาหนักเหมือนง่วงอะไรนักหนา

 

ของฟรีจากโฮสต์    หนาจริง  ยาวจริง  และหนักจริง -"-

ถ้าให้ซื้อเองจะไม่ซื้อมาสคาร่าแบบนี้  เพราะไม่ชอบปัดสีขาวรอแห้งแล้วค่อยปัดสีดำ

แต่ย้ำอีกครั้งว่าตอนแรกปัดสีขาวแห้งแล้วใช่มะ  พอเอาสีดำลงปุ๊ป!!! หนา ยาวขึ้นมาเหมือนเสกอ่ะ

ไม่ได้โม้วววว  แต่รูปเบลอาจไม่เด้งเท่าไร  เพราะที่ดัดขนตาห่วยๆของ The Bodyshop

ห่วยแบบขอแบนเลยอ่ะ  กดแง๊บๆ เป็น 10 ครั้ง ก็ยังไม่เด้ง  ที่ดัดขนตาอันละ 40 บาทยังใช้ดีกว่า

แต่ก็ไม่ได้ฤกษ์ซื้ออันใหม่สักที  เลยจำใจไปก่อน

 

ช้อปไปเท่าไรอย่าถาม  แต่เหลือกลับมาเท่านี้ TOT

 

Comment

Comment:

Tweet